วันศุกร์, 14 มิถุนายน 2567

Sighnaghi หมู่บ้านอิฐแดงท่ามกลางหุบเขา จอร์เจีย

Sighnaghi สถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ หมู่บ้านอิฐแดงท่ามกลางหุบเขา

หากใครที่อยากจะลองมาเที่ยวเมืองสวยๆที่ยังคงความเก่าแก่ดั้งเดิมอยู่ล่ะก็ ต้องลองมาเที่ยวกันที่เมือง Sighnaghi แห่งนี้เลย เพราะว่าที่นี่เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูง บ้านเรือน ร้านรวงภายในเมืองนั่นยังคงสภาพสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่เอาไว้ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งหลังคาบ้านแต่ละหลังของที่นี่ ก็พร้อมใจกันใช้สีแดงอิฐ ดูสวยงามโดดเด่นท่ามกลางหุบเขาที่ล้อมรอบ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณสามารถเดินเล่นได้เพลินๆตามตรอกซอกซอยให้อารมณ์ราวกับบ้านเมืองในยุคเจ้าหญิงเจ้าชายยังไงยังงั้นเลยทีเดียว

Sighnaghi หมู่บ้านอิฐแดงท่ามกลางหุบเขา จอร์เจีย

ที่ตั้งและประวัติความเป็นมา

ที่เมือง Sighnaghi อยู่ทางตะวันออกของประเทศจอร์เจีย เมืองแห่งนี้เป็นเมืองที่ไม่ได้ใหญ่มากนัก เรียกได้ว่าเป็นเมืองที่เล็กที่สุดในประเทศจอร์เจียเลยก็ว่าได้ ที่นี่ตั้งอยู่บนเทือกเขาที่สูง 800 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้ในวันที่ฟ้าสว่างคุณจะสามารถเห็นเทือกเขาคอเคซัสได้ด้วยเช่นกัน อาคารบ้านเรือนที่นี่จะดูเก่าแก่โบราณในสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม เพราะถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 9 และได้มีการปรับปรุงอีกครั้งในช่วง ศตวรรษที่ 17 เพราะฉะนั้นความเก่าแกคลาสสิคที่เราเห็นนั้นเป็นของแท้อย่างแน่นอน เพียงเท่านั้นยังไม่พอ วิวทิวทัศน์ต่างๆก็สวยงามจนแทบจะหาที่ติไม่ได้ และมีคู่รักมากมายที่ตกหลุมรักเมืองนี้ และมาจัดงานแต่งงานกันที่นี่ ทำให้เมือง Sighnaghi มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า The city of Love แห่งจอร์เจีย และอีกอย่างที่ทำให้ที่นี่มีชื่อเสียงโด่งดังนั่นก็เพราะว่าเมืองเเห่งนี้ ถือว่าเป็นเมืองที่ผลิตไวน์ชั้นยอดของโลก หรือเรียกว่าดี และมีคุณภาพมากที่สุดในประเทศจอร์เจียนั่นเอง

การเดินทาง

การเดินทางมาที่นี่นั่นคุณสามารถนั่งเครื่องบินมาลงที่เมือง Tbilisi เมืองหลวงของประเทศจอร์เจียได้เลย จากนั้นก็นั้นรถยนต์ รถบัส หรือรถตู้ต่อมายังเมือง Sighnaghi ซึ่งที่นี่ก็จะมีการขับผ่านถนนที่อาจจะเป็นลูกรัง เป็นถนนดินโคลนบ้างเป็นบางช่วง แต่ก็ไม่ได้ถือว่าลำบากมากนัก

Sighnaghi หมู่บ้านอิฐแดงท่ามกลางหุบเขา จอร์เจีย

สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจ

สำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวกันที่เมือง Sighnaghi แห่งนี้ ส่วนใหญ่ก็จะนิยมมาเดินเที่ยวบรรยากาศรอบๆเมือง ชมความสวยงามของอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ ให้ความรู้สึกราวกับในเทพนิยายเลยทีเดียว และอีกหนึ่งความยิ่งใหญ่ของที่นี่ก็คือกำแพงเมืองที่โอบล้อมเมืองเพื่อป้องกับข้าศึกศัตรูในการสู้รบ และป้อมปราการที่มีมากถึง 23 ป้อม ถึงจะดูแข็งแกร่งแต่ก็คงความโรแมนติกเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ทั้งไร่องุ่นที่คุณจะเห็นได้จากบริเวณโดยรอบ และทุ่งดอกไม้สวยงามมากมาย อีกอย่างหนึ่งคือหากคุณมาที่นี่ก็อย่าพลาดที่จะลองชิมไวน์ขาวดูนะคะ เพราะบอกได้เลยว่ารสชาติชั้นเลิศในราคาที่จับต้องได้จริงๆ

#บล็อกเกอร์รีวิว #เที่ยวทั่วโลก