วันพฤหัสบดี, 13 มิถุนายน 2567

ภูเขาไฟโบรโม่ อินโดนีเชีย

ภูเขาไฟโบรโม่ อินโดนีเชีย ภูเขาไฟที่ยังทรงพลัง ความอันตรายอันทรงเสน่ห์

ภูเขาไฟโบรโม่ (Gunung Bromo) เป็นหนึ่งในภูเขาไฟหลากหลายลูกในประเทศอินโดนีเชีย เป็นภูเขาไฟที่ไม่ได้มีความสูงมากนัก ทำให้เราสามารถเดินขึ้นไปได้ไม่ยาก  ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเดินทางมาที่นี่ เพื่อชมความสวยงามของปากปล่องภูเขาไฟ บรรยากาศโดยรอบที่สวยงามของธรรมชาติโดยรอบ ซึ่งบอกได้เลยว่าบรรยากาศ และทัศนียภาพแบบนี้ คุณไม่สามารถหาได้ในประเทศไทยอย่างแน่นอน ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของที่นี่ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติโดยรอบนั้นเขียวชะอุ่มสดชื่นและสวยงาม

ที่ตั้ง โบรโม่ เป็นภูเขาไฟที่ยังทรงอานุภาพ ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติโบรโมเติงเกอร์เซอเมรู ในจังหวัดชวาตะวันออก ของประเทศอินโดนีเซีย ยอดภูเขาไฟนี้มีความสูง 2,329 เมตร ชื่อภูเขาไฟโบรโม มาจากตัวสะกดคำว่า พรหม(ब्रह्मा) ในภาษาของชาวชวา ซึ่งเป็นนามของเทพเจ้าในศาสนาฮินดู พระพรหม เทพเจ้าแห่งการสร้างสรรค์ ความเมตตา เป็นพระผู้สร้างโลกและให้กำเนิดสิ่งต่าง ๆ ในจักรวาล ในเดือนธันวาคมของทุกปีจะมีเทศกาล Yadnya Kasada ชนชาวพื้นเมืองจะเดินเท้าขึ้นไปบนปากปล่องภูเขาไฟ และประกอบพิธีเซ่นไหว้เทพเจ้าโดยการโยนอาหาร ดอกไม้ สัตว์บูชายัญลงในแอ่งภูเขาไฟ ปล่องภูเขาไฟเกิดการปะทุ ครั้งใหญ่ครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2517 ใกล้ ๆ กับภูเขาโบรโมจะมีภูเขาบาตกอยู่ใกล้กัน เหมือนเป็นคู่แฝดที่อยู่ข้างๆ ไม่ได้เป็นยอดเขาที่มีความสูงมากนักสำหรับมือใหม่ ที่ใจรักในการท่องเที่ยวแบบ แอดเวนเจอร์ จึงไม่ยากต่อการปีนขึ้นไปเที่ยวชม ที่นักท่องเที่ยวสายผจญภัย ไม่ควรพลาด

ภูเขาไฟโบรโม่ อินโดนีเชีย

แผนที่… ภูเขาไฟโบรโม่ อินโดนีเชีย

การเดินทาง การเดินทางมาเที่ยวที่โบรโม่นั้นคุณต้องนั่งเครื่องบินมาลงที่สนามบินสุราบายา ประเทศอินโดนีเซีย และการเดินทางไปถึงภูเขาไฟ ต้องเดินทางไปโดยรถยนต์ เราแนะนำให้คุณซื้อแพคเกจทัวร์จากบริษัทที่เชื่อถือได้ไปเลยดีกว่า เพราะจะมีเจ้าหน้าที่ท่องถิ่นคอยดูแลความเรียบร้อย ความปลอดภัย และความช่วยเหลือเราขณะที่ท่องเที่ยวอยู่ด้วย

กิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

– ขี่ม้าขึ้นเนินเขาไปชมปากปล่องภูเขาไฟโบรโม่ การเดินทางนี้คุณต้องไปแต่เช้าตรู่เพื่อไปรอชมพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้าและต้องมีการเดินเท้าต่อขึ้นไปอีก คุณจะได้พบกับความสวยงามที่แปลกตาราวกับโลกพระจันทร์และเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นมาอวดแสงสวย กระทบกับปากปล่องภูเขาไฟยิ่งตอกย้ำความสวยงามของที่นี่ให้มากยิ่งขึ้นไปอีก

– เข้าป่าดูความสวยงามของ น้ำตกมาดาการีปุระ เป็นสถานที่ที่คุณต้องเดินเท้าเข้าไปสู่ใจกลางธรรมชาติประมาณ 1 กิโลเมตร คุณจะได้พบกับน้ำที่ตกลงมาในอุโมงค์ ที่มีรายล้อมด้วยผาหินและต้นไม้เขียวขจี เป็นน้ำตกที่มีเสน่ห์และเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

– ไปดูเปลวไฟสีน้ำเงินที่คาวาอีเจี้ยน ที่นี่เราต้องมีการเตรียมพร้อมกันตั้งแต่เที่ยงคืน เดินเท้าขึ้นไปยังปากปล่องภูเขาไฟ ที่ยังทรงพลังอยู่ เมื่อถึงปากปล่องภูเขาไฟ คุณจะพบกับเปลวไฟสีน้ำเงิน ที่เกิดจากก๊าซกำมะถัน ทำให้เปลวไฟกลายเป็นสีน้ำเงิน และนอนรอดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้ากันนี่จะเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ที่น่าตื่นเต้นให้กับคุณ

– SULFER LAKE เรายังคงอยู่ที่เดิมที่ปากปล่องภูเขาไฟคาวาอีเจี้ยน แต่เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว เราจะเห็นภาพตรงหน้าเป็นความสวยงามของทะเลสาปกรดสีฟ้าสวย แต่เห็นสวยๆแบบนี้คุณจะไปสัมผัส หรือสูดดมไม่ได้นะคะ เพราะเป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยรอบทะเลสาปกรดแห่งนี้จะเป็นเป็นปากปล่องภูเขาไฟที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุ ดูสวยงามราวกับเป็นโลกต่างดาว

หากใครที่เป็นนักท่องเที่ยวสายผจญภัย เตรียมฟิตร่างกายให้พร้อมแล้วไปปีนปากปล่องภูเขาไฟที่โบรโม่กันเถอะ และคุณจะพบกับความตื่นเต้นที่ไม่มีวันลืม

#เที่ยวสนุกอาหารอร่อย #เที่ยวทั่วโลก