วันอาทิตย์, 25 ตุลาคม 2563

หมู่บ้านผีสิง อัคดัม สาธารณรัฐอาร์ทซัค ประเทศที่ไม่มีใครรู้จัก

 หมู่บ้านผีสิง อัคดัม สาธารณรัฐอาร์ทซัค ประเทศที่ไม่มีใครรู้จัก

ฉันเป็นนักเดินทางขี้สงสัยที่แบกเป้เดินทางคนเดียวไปในที่ที่คนส่วนใหญ่มองว่าแปลก หนึ่งในสถานที่ที่ว่านั้นก็คือ Agdam หมู่บ้านร้างในประเทศ สาธารณรัฐอาร์ทซัค Agdam ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว แต่เมืองร้างในประเทศสาธารณรัฐอาร์ทซัค ซึ่งเป็นประเทศที่ไม่ได้รับรองจากองค์การสหประชาชาติอย่างเป็นทางการ เมื่อครั้งที่สหภาพโซเวียตล่มสลายพื้นที่แห่งนี้ได้ถูกยกให้เป็นส่วนหนึ่งของประเทศอาเซอร์ไบจาน แต่ทว่าประชากรที่อาศัยอยู่เป็นชาวอาร์เมเนียนที่นับถือศาสนาคริสต์ ในขณะที่ชาวอาร์เซอร์ไบจานนับถือ-ศาสนาอิสลาม ความแตกต่างนี้ทำให้เกิดความขัดแยก และประชาชนที่นั่นต้องการแยกตัวออกจากประเทศอาเซอร์ไบจาน

 หมู่บ้านผีสิง อัคดัม สาธารณรัฐอาร์ทซัค ประเทศที่ไม่มีใครรู้จัก

Agdam ถูกทิ้งให้เป็นเมืองร้างหลังจากสงครามระหว่างอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานในปี ค.ศ. 1993 ความรุนแรงของสงครามส่งผลให้หมู่บ้านแห่งนี้ที่ครั้งหนึ่งเคยมีชีวิตชีวากลายเป็นหมู่บ้านผีสิงที่ไม่มีใครกล้าย่างกลายเข้าไป เหตุผลหนึ่งคือ พื้นที่ส่วนนี้ยังถูกจัดเป็นเขตบริเวณที่มีการทำสงครามหรือ war zone และถูกใช้เป็นกันชนเพื่อป้องกันการรุกราน และอันตรายจากอาวุธสงครามของอีกฝ่าย รัฐบาลของสาธารณรัฐอาร์ทซัคไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไปในเขตบริเวณของหมู่บ้าน Agdam เนื่องจากประเด็นด้านความปลอดภัย แต่ถึงกระนั้น นักท่องเที่ยงขี้สงสัยก็ยังแอบเข้าไปจนได้ มีนักเดินทางหลายคนเขียนถึง Agdam และแม้แต่หนังสือท่องเที่ยวชื่อดังก็ยังกล่าวถึง Agdam และความสวยงามของมัสยิดร้างที่รอดพ้นจากการทำลายของอาวุธสงคราม แน่นอนว่าข้อมูลที่ฉันได้รู้มานี้ทำให้ฉันเกิดความสงสัย และอยากเห็นมันด้วยตาของตัวเอง

หลังจากที่เดินทางมาถึงเมืองหลวงสเตฟานาเกิร์ต ฉันต้องไปรายงานตัวกับรัฐบาล และเขียนรายชื่อของสถานที่ที่ฉันวางแผนจะไปเที่ยวชม ด้วยเหตุผลทางความปลอดภัย ฉันไมได้เขียน Agdam ลงไป แต่ฉันตัดสินใจจะเดินทางไปที่ Agdam หลังจากนั้น ฉันเรียกแทกซี่ ซึ่งสื่อสารกันลำบากพอสมควร เมื่อฟังได้ใจความว่าฉันจะไป Agdam เขาพาฉันกลับเข้าไปในตึกอีกครั้ง เพื่อพบกับเจ้าหน้าที่ที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ เจ้าหน้าที่คนนั้นถามฉันว่า “ Are you a journalist ? ” มันไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันต้องไปที่นั่น ฉันคิดในใจว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตฉันที่ได้มาที่นี่ ฉันอยากเห็น Agdam ด้วยตาตัวเอง ฉันจึงบอกให้เขาไปส่งฉันที่หมู่ถัดจาก Agdam และตั้งใจที่จะเดินเท้าเป็นระยะทางสิบกิโลเมตรเพื่อไปที่นั่น

Agdam ไม่ใช่จุดหมายปลายทางของคนทั่วไป ฉันจึงไม่เห็นรถสักคันผ่านมาทางนั้นเลย แต่และแล้วก็มีรถขับผ่านมา เป็นรถจี๊ปสีเขียวเข้ม และคนบนรถก็แต่งเครื่องแบบทหาร เขาหยุดรับฉัน และฉันพยายามสื่อสารกับเขาว่าฉันอยากไป Agdam ฉันขึ้นรถไปกับทหารที่ดูแล Agdam และเขาพาฉันเดินชมหมู่บ้านและมัสยิดร้าง ฉันเห็นซากเมืองที่พังราบเป็นหน้ากลอง เหลือเพียงแค่มัสยิดร้างที่ยังคงรูปร่างตึก ส่วนที่เหลือเป็นซากอาคาร ซากรถ และเศษอิฐ ฉันยืนมองซากปรักหักพังเหล่านั้น นึกถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากสงคราม ชีวิตที่ต้องสังเวย ภาพที่ปรากฏต่อหน้าฉันชวนให้รู้สึกหดหู่ใจยิ่งนัก

#บล็อกเกอร์รีวิว #เที่ยวทั่วโลก