วันอาทิตย์, 25 ตุลาคม 2563

มอนเตเนโกร เดินทางในดินแดนแห่งภูเขาสีดำ

มอนเตเนโกร เดินทางในดินแดนแห่งภูเขาสีดำ

บางทีการเดินทางที่ไม่มีแผนก็อาจจะให้ประสบการณ์แปลกใหม่ที่เราคาดไม่ถึง ฉันมักจะเดินทางโดยไม่มีแผนอยู่เสมอ เวลาว่างของฉันคือการเช็คตั๋วเครื่องบินราคาถูก และซื้อตั๋วเก็บไว้เมื่อฉันมีเวลาว่าง ฉันชอบเดินทางไปในที่ใหม่ๆที่ฉันไม่เคยไป และทุกครั้งที่ฉันมีโอกาส ฉันจะออกเดินทางไปในที่ใหม่ๆเสมอ
ฉันมีตั๋วเครื่องบินไปกรุงเบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย เพื่อที่จะเดินทางต่อไปยังประเทศบัลแกเรีย แต่เมื่อเดินทางมาถึงที่สนามบินเบลเกรด ฉันก็เกิดเปลี่ยนใจ ฉันอยากเห็นอีกประเทศ ประเทศมอนเตเนโกร

เมื่อฉันตัดสินใจที่จะไปประเทศมอนเตเนโกรแทน ฉันจึงเดินออกมาจากสนามบิน นั่งรสบัสเข้าเมือง ตรงไปที่สถานีรถบัสกลางในกรุงเบลเกรด ถามหารถบัสที่จะไปมอนเตเนโกร ฉันมีเต็นท์อยู่ในกระเป๋าเป้เดินทาง และฉันอยากเดินทางไปในที่ที่มีภูเขาและธรรมชาติ ฉันอยากนอนในเต็นท์ท่ามกลางธรรมชาติ ข้อมูลในอินเตอร์เน็ตบอกฉันว่าอุทยานแห่งชาติดูร์มีทอร์เป็นเขตป่าสงวนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศมอนเตเนโกร มีตำนานเล่าขานต่อกันมาว่าที่นี่เป็นสถานที่พักผ่อนของเทพเจ้ากรีกจากเทือกเขาโอลิมปัส มีธรรมชาติที่สวยงามมาก มีหุบเขาลึกและโกรกธารที่ลึกและยาวที่สุดในยุโรป ฉันจึงตัดสินใจซื้อตั๋วรถบัสไปที่เมือง Zabljak

มอนเตเนโกร เดินทางในดินแดนแห่งภูเขาสีดำ

เมือง Zabljak เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใจกลางเขตอุทยานแห่งชาติดูร์มีทอร์ ที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1456 เมตร และจัดเป็นเมืองที่อยู่สูงที่สุดในยุโรป เมืองนี้เต็มไปด้วยทะเลสาบและยอดเขามากมาย ฉันกางเต็นท์นอนริมทะเลสาบในอุทยานแห่งชาติในคืนแรก และย้ายไปนอนในฟาร์มของชาวบ้านที่นั่นในคือต่อมา ที่พักของฉันเป็นกระท่อมหลังน้อยที่ชาวบ้านสร้างขึ้นมาเองในฟาร์มแพะที่รายล้อมไปด้วยขุนเขา คนที่นั่นใจดีและสนใจเรื่องราวของฉันมาก มีชาวบ้านอาสาพาฉันขับรถพาชมทั่วหมู่บ้าน ฉันยังได้ลิ้มลองอาหารและ rakia เครื่องดื่มแอลกอฮอล์พื้นบ้านกลิ่นโป๊ยกั๊กจากชาวบ้านอีกด้วย

คนในหมู่บ้านแนะนำให้ฉันไปเมือง Kotor ซึ่งเป็นเมืองเลียบชายฝั่งที่ตั้งอยู่ในส่วนที่เงียบสงบของอ่าว Kotor ฉันจึงเดินทางต่อไปที่เมือง Kotor และเข้าพักใน Hostel แห่งหนึ่ง ที่นั่นมีแค่พวกเรานักเดินทางที่พักอยู่ด้วยกันเหมือนบ้าน ฉันทำอาหารไทยและนั่งคุยกับนักเดินทางคนอื่นๆ และตัดสินใจเดินทางไปเมือง Budva กับเพื่อนนักเดินทางอีกคนในวันรุ่งขึ้น เราเช่ารถมอเตอร์ไซค์ขับชมเมือง Budva ซึ่งทั้งเมือง Kotor และ Budva เป็นหนึ่งในเมืองเลียบชายฝั่งทะเลอะเดรียติกที่เก่าแก่ที่สุด และกลิ่นไอของวัฒนธรรมที่ผสมผสานระกว่างโรมัน ออตโตมาน สลาฟ ไบแซนไทน์ และเวเนเชี่ยน

ระหว่างที่เดินทางขับรถไปเรื่อยๆ ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าฉันคือหน้าผาสูงและน้ำทะเลสีฟ้าสดใส ด้านหนึ่งของถนนเป็นภูเขา และอีกด้านเป็นทะเล มีคนเล่าให้ฉันฟังว่าชื่อของประเทศมอนเตเนโกรนั้นมีที่มาที่ไป ในภาษา Serbo-Croatian นั้น ประเทศมอนเตเนโกรถูกเรียกว่า “Crna Gora” ซึ่งแปลว่าภูเขาสีดำ ส่วนคำว่ามอนเตเนโกรนั้นมาจากภาษาเวเนเชียน ชาวเวเนเชียนเคยปกครองประเทศในคาบสมุทรบอลข่านในยุคกลาง และทำการค้ากับเมืองต่างๆ รวมทั้งเมือง Kotor ซึ่งเป็นทางผ่านทางเดียวที่เชื่อมเมืองเล็กเมืองน้อยอีกฝั่งของอ่าวกับแผ่นดินใหญ่ เมื่อชาวเวเนเชียนเดินทางมาถึงที่นี่ พวกเขาต้องข้ามกำแพงเมือง และเดินข้าม Mount Lovćen ซึ่งเป็นภูเขาในเมือง Kotor ด้วยเท้า จึงเรียกดินแดนซึ่งเป็นที่ตั้งปัจจุบันของประเทศมอนเตเนโกรซึ่งตั้งอยู่หลังภูเขาสีดำเนื่องจากป่าสนที่แน่นทึบซึ่งจะเห็นเป็นสีดำเมื่อมองจากระยะไกลว่า “มอนเตเนโกร”

#บล็อกเกอร์รีวิว #เที่ยวทั่วโลก