วันศุกร์, 19 เมษายน 2567

ชิลี เมืองซานติเอโก รูปปั้นโมอาย

ชิลี เมืองซานติเอโก รูปปั้นโมอาย

ประเทศชิลี ตั้งอยู่ ทวีปอเมริกาใต้ เป็นทวีปเป็นดินแดนที่มีความมั่งคั่งทางทรัพยากรธรรมชาติเป็นอย่างมาก เมื่อพูดถึงชื่อแต่ละประเทศในอเมริกาใต้อาจจะนึกสถานที่ท่องเที่ยวไม่ออก แต่จริงๆแล้วมีหลายประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจและมีกิจกรรมหลากหลายให้เลือกในรูปแบบต่างๆ หนึ่งในประเทศที่แนะนำในวันนี้ ชิลี มีลักษณะทางภูมิประเทศที่หลากหลาย ทั้งทะเลทราย หน้าผา ทะเล ภูเขาไฟ ธารน้ำแข็ง และมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติเป็นอย่างมาก เมืองซานติเอโก ( Santiago ) เมืองหลวงของประเทศชิลี  เหมาะแก่การเดินทางท่องเที่ยวสายธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติตอร์เรส เดล ไปย์เน ( Torres del Paine ) ทะเลทรายอาตากามาและหุบเขาดวงจันทร์ ( Atacama Desert and Valle de la Luna ) ธารน้ำแข็งซานราฟาเอล ( San Rafael Glacier ) เกาะอีสเตอร์ (Easter Island) หรือ เกาะราปานุย ที่ตั้งของรูปปั้นโมอาย ( Moai ) อันโด่งดัง ประเทศชิลีใช้ภาษาสเปนในการสื่อสาร

ชิลี เมืองซานติเอโก รูปปั้นโมอาย

แผนที่…ประเทศชิลี

การเดินทางท่องเที่ยวข้ามเมืองในประเทศนิยมทางเครื่องบิน เพราะภูมิประเทศมีลักษณะเป็นแนวยาว หากเดินทางบนบกจะทำให้เสียเวลา จึงแนะนำให้เลือกเป็นสายการบินโลสคอส เพื่อลดค่าใช้จ่าย หรือบริการรถบัสก็มีให้เลือกหลายบริษัท ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในชิลี ค่าเงินใช้สกุลเงิน Pesco Chileno หรือ Chilean peso (CLP) 100 CLP = 5 บาทโดยประมาณ สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจในประเทศชิลี
📍 ซานติเอโก ( Santiago ) เมืองหลวงของประเทศชิลี เป็นศูนย์กลางของความเจริญของประเทศ เมืองนี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1541 ซานติเอโกเป็นศูนย์รวมของวัฒนธรรม ที่นี่คือเมืองที่รวบรวมสถาปัตยกรรมยุคเก่าแก่ตั้งแต่สมัยก่อนศตวรรษที่ 19 ของอเมริกาใต้ ด้วยความหลากหลายของเมืองซานติเอโกนั้น ทำให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นย่านที่อยู่อาศัย เส้นถนนต่างๆ ในเมืองนั้นก็จะเต็มไปด้วยผู้คนที่หลงใหลในศิลปะของความเป็นอยู่ อีกทั้งแกลลอรี่ที่รวบรวมงานศิลปะ ร้านค้าริมถนนที่ตกแต่งอย่างน่ารัก และตลาดของแฮนด์เมดที่เหมาะกับการหาของฝากที่ไม่เหมือนใคร พลาซ่าเดอมาส ( Plaza de Armas ) จัตุรัสสำคัญเก่าแก่ของเมืองหลวงแห่งนี้ ภายในอาคารนั้นมีที่ทำการไปรษณีย์ ที่ทำการของของรัฐบาลท้องถิ่น และเป็นที่ตั้งพระที่นั่งของอัครสังฆราชแห่งซานติอาโกเดอชิลี อีกหนึ่งจุดเด่นของเมืองหลวงนี้นั่นก็คือ วิวทิวทัศน์รอบๆ สามารถมองเห็นเทือกเขาแอนดีสเป็นแบล็คกราวได้อย่างชัดเจน

📍 อุทยานแห่งชาติตอร์เรส เดล ไปย์เน ( Torres del Paine ) ตั้งอยู่ห่างจากเมืองปอร์โต นาตาเลส ( Puerto Natales ) ไปทางตอนเหนือประมาณ 112 กิโลเมตร ด้วยภูมิทัศน์ และภูมิศาสตร์ของอุทยานนั้นมีความซับซ้อนแปลกตาสวยงาม จึงทำให้เป็นสถานที่ที่เหมาะกับกิจกรรมเดินป่า หรือจะเป็นเดินเล่นที่ทะเลสาบเปโอ (Lake Pehoe) ยามพระอาทิตย์ตกดิน ระหว่างทางเดินไปทะเลสาบนั้น จะได้ชื่นชมกับทุ่งหญ้าแปลกตาที่ประดับประดาไปด้วยต้นรองเท้าแตะ หรือ ต้นคาลซิโอลาเรีย (Calceolaria Unifloria) พืชตะกูลเดียวกับกล้วยไม้ นอกจากนี้การปีนเขายังเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจในการมาเที่ยวชมอุทยานแห่งชาตินี้

📍 ทะเลทรายอาตากามาและหุบเขาดวงจันทร์ ( Atacama Desert and Valle de la Luna ) หิมะและลมเหล่านั้นนำพาเกลือมาจากคาบสมุทรแอนตาร์กติกา มีผลให้ปริมาณเกลือที่ตกค้างเกิดผลึกก่อตัวกับพื้นดิน ทำให้เกิดพื้นผิวที่มีลักษณะคล้ายกับพื้นผิวบนดวงจันทร์ ที่มีชื่อว่า El Valle de la Luna หุบเขาแห่งดวงจันทร์ มีลักษณะธรณีวิทยาเป็นหินผา และภูเขาทรายที่ถูกกัดเซาะด้วยน้ำกับแรงพัดของลม จึงทำให้เกิดสี และรูปร่างที่ชวนตื่นตาคล้ายกับพื้นผิวบนดวงจันทร์ โดยบางส่วนของพื้นที่ในหุบเขานี้จะถูกปกคลุมไปด้วยสีขาวของเกลือที่ถูกพัดมาจากทะเลขั้วโลก ผ่านน่านน้ำแปซิฟิกมาทับถมกันจนเกิดเป็นรูปปั้นรูปร่างต่างๆ ราวกับมนุษย์สร้างขึ้น นอกจากผาหินกับภูเขาทรายแล้ว ยังมีถ้ำเล็กถ้ำน้อยอีกมากมายที่เกิดการการกัดเซาะเช่นกัน

📍 ธารน้ำแข็งซานราฟาเอล ( San Rafael Glacier ) ซานราฟาเอลกลาเซียร์ เป็นธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ ซึ่งธารน้ำแข็งแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ ทะเลสาปซานราฟาเอล ( Lake San Rafael ) ในเขตอุทยานแห่งชาติลากูน่าซานราฟาเอล ( Laguna San Rafael National Park ) การเดินทางไปซานราฟาเอลกลาเซียร์ต้องใช้การพายเรือคายัคเข้าไปเท่านั้น เมื่อทัวร์คายัคสำรวจธารน้ำแข็งไปถึงจุดหมายแล้ว จะได้เจอกับก้อนน้ำแข็งขนาดยักษ์ที่ปลายสุดของทะเลสาบซานราฟาเอลที่มีความกว้างราว 4 กิโลเมตร และสูงจากระดับน้ำ 70 เมตร การพายคายัคนั้นจำเป็นต้องรักษาระยะห่างจากธารน้ำแข็งพอสมควรเพื่อปกป้องอันตราย เนื่องจากธารน้ำแข็งซานราฟาเอลนั้นยังมีการเคลื่อนตัวอยู่ตลอดเวลา อาจจะทำให้เกิดคลื่นมากระทบกับเรือ และควรเตรียมตัวรับมือกับเสียงดังอย่างรุนแรงของก้อนน้ำแข็งที่แตกออก

📍 ถ้ำหินอ่อน (The Marble Caves) หรือ Cuevas de Mármol ตั้งอยู่ในทะเลสาบเจเนอเรล คาร์เรรา ( Lake General Carrera ) ของประเทศชิลี และ ทะเลสาบบัวโนสไอเรส ( Lake Buenos Aires ) ของทางฝั่งประเทศอาร์เจนตินา เป็นถ้ำหินอ่อนเกิดขึ้นจากการกัดเซาะ และแรงกระทบจากคลื่นของน้ำทะเล จนมีลักษณะเป็นรูปร่างเหมือนประติมากรรม ถ้ำหินอ่อนมีอายุมากกว่า 6,200 ปีมาแล้ว สีสันที่เห็นได้ตามภาพนั้นไม่ใช่สีของหินอ่อนที่แท้จริงนั่นคือสีที่หินอ่อนกระทบกับสีของน้ำในทะเลสาบจึงเกิดสะท้อนเป็นสีสันสวยงาม สีสันเหล่านี้ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาของวัน และฤดูกาล ซึ่งช่วงเวลาที่แนะนำมากที่สุดนั้นก็คือ ช่วงเช้า
การเดินไปสำรวจถ้ำหินอ่อนนั้นจำเป็นต้องโดยสารเรือเล็กเท่านั้น ระยะเวลาของทัวร์อยู่ที่ประมาณ 30 นาที รวมไปกลับจากฝั่ง

📍 เกาะอีสเตอร์ ( Easter Island ) หรือ ราปานุย ( Rapa Nui ) อยู่ทางฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก ห่างออกไปประมาณ 3,700 กิโลเมตรจากประเทศชิลี เกาะอีสเตอร์มีลักษณะรูปทรงคล้ายพื้นที่สามเหลี่ยม เป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่เก็บสะสมซากประวัติศาสตร์ และอารายธรรมเอาไว้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ หนึ่งในสิ่งที่ขึ้นชื่อของเกาะแห่งนี้คือ รูปปั้นโมอาย (Moai) รูปปั้นหินที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ และมีส่วนหัวขนาดใหญ่ราวกว่า 600 ตัว กระจัดกระจายอยู่ทั่วเกาะอีสเตอร์ เป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่าเกาะแห่งนี้เคยมีผู้อาศัยอยู่ โมอายเป็นรูปปั้นแกะสลักขนาดใหญ่ด้วยหินพียงก้อนเดียว

#เที่ยวสนุกอาหารอร่อย #เที่ยวทั่วโลก